บลจ.วรรณ คาดหุ้นไทยปี 66 มีโอกาสถึง 1,780 จุด
บลจ.วรรณ คาดเป้าหมายหุ้นไทยปี 66 มีโอกาสถึง 1,780 จุด มองการเลือกตั้งจะเป็นผลดีต่อภาพการลงทุน แม้จะมีความกังวลภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ เน้นหุ้นพื้นฐานดีที่เกี่ยวกับการบริโภค พร้อมตั้งเป้า AUM ปี 66 เติบโต อย่างน้อย 10%
นายพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด เปิดเผยว่า แผนงานของบริษัทในช่วงที่ผ่านมา ยังเป็นไปตามเป้าหมายที่วางแผนไว้ โดยบริษัทมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM ) ณ เดือน กันยายน ปีนี้ อยู่ที่ 151,000 ล้านบาท ส่วนปี 2566 เติบโตอย่างน้อย 10% และยังคงเดินหน้าบริหารสินทรัพย์ให้กับองค์กรและสถานบันขนาดใหญ่ต่อเนื่อง
ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็น 3 ปีที่ท้าทายมากของบริษัทจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะภาวะโรคระบาดที่เกิดขึ้น ทำให้มีภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจชั่วคราว
อีกทั้งยังมีการใช้นโยบายทางการเงินที่เข้มงวด การปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จากการเร่งตัวขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ และความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน บริษัทได้พยายามดำเนินธุรกิจให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ซึ่งปัจจุบันถือว่า ทุกอย่างประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย
นายมณฑล จุนชยะ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.วรรณ กล่าวว่า สำหรับปี 2566 การลงทุนในประเทศไทย ยังคงมีปัจจัยที่ต้องติดตาม โดยปัจจัยแรก คือ ภาวะเงินเฟ้อของสหรัฐ ฯ ที่น่าจะเริ่มอิ่มตัว แต่การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ FED น่าจะยังมีต่อเนื่องไปถึงต้นไตรมาส 2/66
ปัจจัยที่สอง เรื่องนโยบายของประเทศจีน ซึ่งมองว่าทางการจีนควรจะเริ่มทยอยผ่อนคลายมาตรการ Zero - Covid และ อาจจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย ซึ่งจะเป็นผลบวกกับภาคการท่องเที่ยวของไทยและค่าเงินบาท
ส่วนอีกปัจจัยที่สำคัญโดยเฉพาะประเทศไทย คือ การจัดการเลือกตั้งทั่วไปในช่วงไตรมาส 2/66 โดยมองว่า จะเป็นผลดีต่อภาพการลงทุน ซึ่งส่วนใหญ่ในช่วงเดือนแรกหลังการเลือกตั้งตลาดหุ้นจะตอบรับในเชิงบวก
จากปัจจัยเหล่านี้จะเห็นว่าในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 ภาพการลงทุนมีแนวโน้มค่อนข้างดีสำหรับประเทศไทย โดยเรามี เป้าหมาย SET INDEX ที่ 1,780 จุด โดยมีค่า PE อยู่ที่ 16 เท่า ขณะที่สถานการณ์ต่างประเทศอาจจะมีความกังวลในเรื่องของภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้การลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศเป็นได้แค่เทรดดิ้งเท่านั้น
สำหรับตลาดหุ้น ซึ่งคาดการณ์ผลตอบแทนกันอยู่ไม่ถึงร้อยละ 10 เนื่องจากผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนทั่วโลกเติบโตไม่มาก ทำให้การลงทุนในหุ้นอาจจะมองให้ยาวขึ้นเป็นระดับ 6-12 เดือน เน้นหุ้นพื้นฐานดีที่เกี่ยวกับการบริโภค ตลาดหุ้นไทยยังน่าสนใจอยู่เพราะมีปัจจัยเฉพาะตัวเช่นเลือกตั้ง และการท่องเที่ยว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB